Lexus Talk
ทริคการดูแลสีรถให้อยู่ไปน๊านนาน

artz artz

Member #60

Joined: 25/11/08

Posts: 24

Perfect Shine by SAS....Perfection is Waiting..!

Perfect Shine....Perfection is Waiting..!
The Professional Car Detailing
Perfect Shine by SAS
The Professional Car Detailing

Introduction

บทความนี้ขอมอบให้กับผู้ที่แสวงหาความรู้เกี่ยวกับการทำความสะอาดรถยนต์ทุก คนที่สนใจทุกท่าน บทความที่จะได้อ่านต่อไปนี้เกิดจากการได้ศึกษา และอ่านวิธีการดูแลรถยนต์จากนิตยสารของเมืองนอก และเกิดจากการลองผิดลองถูกและความสนใจในธุรกิจคาร์แคร์ ความรู้ที่ผู้เขียนมีและประสบการณ์ในการที่อยู่ในวงการธุกิจเกี่ยวกับรถยนต์ มา 8 ปี ผมไม่ใช่นักเขียนหากข้อความที่เขียนมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ

 เริ่มเลยก็แล้วกันครับ “Attention to detail is the key to success”  “The Devil is in the Detail!” จากหนังสือ Automotive Detailing – A Complete car care guide for auto enthusiasts by Don Taylor. และในหลายๆ Articles ที่พูดถึงการดูแลรถก็มักจะพูดถึงคำเหล่านี้ เป็นสิ่งที่คนที่คิดจะทำคาร์แคร์หรือผู้ที่ต้องการดูแลรถยนต์เองไม่สามารถ มองข้ามได้ เพราะมันจะเป็นตัวบอกเราว่าใครเป็นมือสมัครเล่น หรือมืออาชีพในการดูแลรักษารถยนต์ให้คงสภาพดีที่สุด เหมือนกับที่เราเห็นรถที่เค้านำมาโชว์ที่งานมอเตอร์โชว์หรือรถใหม่ป้ายแดง ที่พึ่งออกมาจากโชว์รูม หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า Show Car Remember this “The difference between a good looking car and a great looking car is in the small detail” from Autopia Articles.

 Detailing หรือการดูแลรถในทุกๆรายละเอียดของรถ การล้างรถไม่ใช่แค่การฉีดน้ำล้างรถแล้วก็เช็ด มีใครเคยรู้มั้ยว่าแค่การฉีดน้ำล้างรถมันมีเทคนิคในการล้างด้วย เมื่อก่อนนี้ไม่เคยรู้เลย  เวลาจะล้างรถก็แค่นำรถเข้าไปที่คาร์แคร์ให้เค้าทำให้เราก็มานั่งคอย หรือบางทีก็ยืนดูเค้าล้าง แต่ไม่เคยรู้เลยว่าเค้าล้างดีไม่ดี จะดูแค่ว่าเค้าล้างสะอาด ยังมีคราบหลงเหลืออยู่มั้ย บางทีเราก็จ้องอยู่ว่าเค้าจะล้างตรงนั้นตรงนี้มั้ย แค่นั้นจริงๆ ผู้อ่านเคยเป็นแบบนั้นมั้ยครับ เมื่อก่อนผมละคนนึง พอล้างเสร็จ อ้าว… รถเราทำไมรอยเยอะจัง เอ.. เป็นรอยตอนไหน(ว่ะ) แต่เค้าล้างสะอาดจริงๆนะ แล้วคนล้างก็จะเชียร์ รถพี่รอยเยอะจัง ขัดสีมั้ยครับ น่านๆๆ มาแล้ว พ่อยอดเซลย์แมน จริงๆแล้วมีใครรู้มั้ยครับว่า รอยต่างๆที่เกิดขึ้น เกิดจากผ้าที่ใช้เช็ดรถซะส่วนใหญ่ และก็วิธีการเช็ดรถด้วยครับ หรือแม้กระทั่งขั้นตอนที่เค้าฉีดโฟมแล้วก็ใช้ฟองน้ำถูๆๆๆโฟมให้ทั่วรถ กรำ หล่ะทีนี้ รถสามารถเป็นรอยได้จากวิธีการดังกล่าว ถ้าทำไม่ถูกวิธี และอุปกรณ์ที่ใช้ในการล้างด้วยครับ แล้วมันมีวิธีการยังไงให้เช็ดน้ำออกจากรถโดยที่เหนื่อยน้อยและทำให้รถเกิด รอยน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นได้เพราะไม่ว่าเราจะล้างดีแค่ไหนใช้อุปกรณ์ดี เลิศแค่ไหน รถเราก็จะยังเป็นรอยจากการเช็ดถูรถอยู่ดี เพียงแต่ในปริมาณแค่ไหน และเราจะป้องกันไม่ให้เกิดรอยหรืออย่างน้อยที่สุดแค่ไหนต่างหากที่เราสามารถ ใส่ใจและป้องกันได้ วิธีการเหรอ จริงๆมันมีครับ แต่คาร์แคร์ทั่วๆไปไม่รู้ หรือไม่ได้ศึกษาครับ ไว้เด่วจะมาตอบให้ภายหลังครับว่าต้องทำยังไง รอนิด ขอโม้ต่อก่อน

 การขัดสีที่ถูกต้องควร เริ่มยังไงหากว่ารถเราเป็นรอย เพื่อที่จะไม่ทำให้ชั้นของ Clear Coat เสียไป หรือ น้อยที่สุด เพราะหากว่ารถเราเป็นรอยนิดเดียว รอยที่เกิดขึ้นไม่ลึกมาก เราต้องรู้วิธีการที่ถูกต้องในการใช้เครื่องมือในการลบรอยนั้นๆออก ไม่ให้ชั้น Clear Coat เสียหายมาก แล้วก็ wax ที่เราต้องลง เราควรจะลงแว๊กส์แบบไหน ให้เหมาะกับสีรถของเรา แว๊กส์แต่ละยี่ห้อก็มีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน บางทีลงแว๊กส์แล้ว ทั้งที่ลงตัวเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน กับที่เพื่อนเราใช้ เอ..แล้วทำไมมันไม่เงา ลึก เหมือนกับกระจกเงาแบบรถเพื่อนเรา(ว่ะ) บางคนอาจจะคิดว่าลงแว๊กเยอะๆมันจะได้เงา ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด เมื่อก่อนผู้เขียนก็เข้าใจแบบนี้เหมือนกัน เมื่อก่อนไปล้างรถกับเพื่อนแล้วก็ลงแว๊กส์โดยที่เราซื้อแว๊กส์ที่มาเป็นแพก เกจรวมไปกับค่าล้างรถ พอเราเห็นเค้าลงแว๊กส์บางๆ เหมือนคนขี้เหนียว เราก็จะมองแบบตาขวางๆ เฮ้ย ลงหนาๆหน่อยสิ ขี้เหนียวไปได้ เวรกรำ ไปว่าเค้าอีก ตอนหลังเลยพกแว๊กส์ไปเองจะได้ให้(มัน) ไอ้คนล้าง ลงแว๊กส์ให้สะใจไปเลย จริงๆแล้วการลงแว๊กส์ไม่จำเป็นต้องลงหนาครับ แค่ลงแบบบางๆ ตัวแว๊กส์ก็จะแทรกซึมเข้าไปในชั้นของ clear coat หรือชั้นของแลกเกอร์แล้วครับ ยิ่งๆมากเท่าไหร่การเช็ดก็จะยิ่งยาก แถมมีของแถมอีกต่างหาก คือเกิดเป็นฝ้าขาวๆขึ้นมาที่ตัวรถอีก แถมเปลืองแว๊กส์ด้วย เฮ้อ ไม่รู้แล้วแถมไปว่าเค้าอีกว่างก กรำจริงๆ และอื่นๆอีกมากมายที่หลายคนมองข้ามหรือไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดภายใน ตามซอกต่างๆและน้ำยาที่ควรจะใช้ ตลอดจนการดูแลรักษาเบาะผ้า เบาะหนัง พวงมาลัย  รอยเลอะของแว๊กส์ทีเกิดจากการเคลือบสีแล้วไปโดนขอบคิ้วต่างๆจนเกิดเป็นคราบ ขาวๆเกาะติด ยังกับพึ่งไปเที่ยวสงกรานต์กลับมา  การขัดสีที่ถูกต้อง ทำยังไง มีผลอย่างไรกับสีรถ หรือที่เรามักจะเรียกว่าชั้นของแลกเกอร์ หรือclear coat การ maintenance ทำกันยังไง เดี๋ยวเราจะมาดูกัน

 โดยปรกติแล้ว Professional Car Detailing จะมี Process ในการดูแลรถยนต์อยู่ 5 ขั้นตอน ดังนี้
 Washing – ล้างทำความสะอาดพื้นผิวสีรถ ขจัดคราบสกปรกที่อยู่บนผิวสี
 Cleaning – คือการเตรียมพื้นผิวสีหรือเอาคราบต่างๆที่เกิดจากเขม่ารถ ฝุ่นละออง ที่เกาะติดผิวสีที่การล้างรถธรรมดาไม่สามารถเอาออกได้ เช่น ละออกงสี คราบยางมะตอย ขี้นก ละอองน้ำมันต่างๆ ก่อนที่เราจะทำการขัดชักเงา
 Polishing – คือการขัดสี เพื่อให้รถปราศจากรอยขนแมวหรือรอยบนชั้นของ Clear Coat
 Protecting – คือการสร้างชั้นของฟิล์มบางๆปกป้องผิวสีของรถ โดยการลงแว๊กส์นั่นเอง เพื่อปกป้องชั้นของแล็กเกอร์จากฝุ่นละออง ขี้นก กรดต่างๆที่มากับน้ำฝน อื่นๆ
 Maintaining – การรักษาพื้นผิวของสีรถให้เงางามอยู่เสมอ

เรามาดูกันครับว่า ก่อนที่เราจะทำตาม Process ของ Pro เราต้องเริ่มทำอะไรก่อน เริ่มด้วยการดูพื้นผิวสีหรือ Paint Evaluation ของรถเราว่ามี รอยคราบน้ำ ยางมะตอย แมลงที่ตายเกาะติดกับตัวถัง หรือ ไม่มีร่องรอยอะไรเลย ใช้นิ้วมือลูบที่ผิวสีของรถ เพื่อที่จะดูว่าพื้นผิวสีของรถ Smooth หรือเป็นคลื่นที่เกิดจากคราบสกปรกฝังแน่นที่ผิวสี สิ่งนี้ควรจะเป็นสิ่งแรกที่เราต้องดูครับ เพื่อที่จะรู้ว่าเราต้องทำยังไงกับรถเรา ถ้าพื้นผิวไม่มีความขรุขระขณะที่เราใช้มือลูบผ่านพื้นผิวสี และรู้สึกว่าลื่น smooth ดี ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่การล้างรถธรรมดาก็น่าจะพอเพียง แต่ถ้ารูสึกว่าพื้นผิวของสีหยาบ สะดุดเวลาที่เราลูบ สิ่งที่เราควรทำก็คือ step2 คือ cleaning โดยการใช้พวกน้ำยา paint pre wax cleaning หรือใช้ดินน้ำมันหรือ  paint cleaning clay ลูบผิวสีก่อน เพื่อขจัดคราบสิ่งสกปรกที่ติดฝังแน่นบนผิวสีก่อน แต่อย่าสับสนนะครับ พวก cleaner หรือ clay ไม่สามารถทำให้พวกรอยขนแมว หรือ swirl marks หายไปได้ หรือไม่สามารถขัดพวกรอยขนแมวออกไปได้ พวก cleaner หรือ clay เป็นแค่ตัวทำให้พื้นผิวของสีสะอาดก่อนที่เราจะไปทำใน step ต่อไปเท่านั้น แต่ก็มีความสำคัญในการเตรียมพื้นผิวให้สะอาดก่อนที่จะทำการขัด ลบรอย หรือ Polishing
หลังจากที่เราทำความสะอาดพื้นผิวสีด้วย clay แล้วก็มาสำรวจกันครับว่าพื้นผิวสีมีร่องรอยอะไรที่ต้องแก้ไข เช่น พวกรอยขนแมว หรือ รอยที่เกิดจากหยดน้ำ หรือที่เราเรียกว่า water spots พวกนี้จะเป็นรอยที่สามารถกำจัดออกโดยไม่ยาก และควรจะทำการลบรอยพวกนี้ก่อนทำการ wax ครับ โดยการใช้เครื่องมือที่เรียกว่า orbital polishing machine เพื่อความรวดเร็วและได้ผลงานที่ดี แล้วเราจะมาพูดถึงเครื่องมือตัวนี้ในภายหลังครับ
หากพบว่ารอยขนแมวลึก แต่ไม่ถึงกับลึกไปจนถึงชั้นของสีรองพื้นหรือผิวโลหะของรถแล้วละก็ เราก็สามารถใช้น้ำยาพวก Scratch remover ทำการลบรอยได้อย่างไม่ยาก หลังจากที่เราได้ทำการลบรอยต่างๆแล้ว พื้นผิวสีก็พร้อมสำหรับการลงแว๊กส์แล้วครับ ซึ่งโดยปรกติแล้ว เราควรจะทำการทำความสะอาดผิวสีและขัดลบรอยขนแมวที่เกิดขึ้นนี้ ประมาณปีละ 2 ครั้ง และควรลงแว๊กส์อย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับที่จะรักษารถของเราให้เงางามอยู่เสมอครับ และจะเป็นการป้องกันผิวสีของรถไม่ให้เกิดคราบหรือรอยต่างๆที่เกิดจากน้ำฝน มูลนก ต่างๆ ซึ่งเราจะสามารถทำความสะอาดได้โดยง่ายครับหากเราทำการเคลือบสีป้องกันบ่อยๆ โดยปรกติตัวผมเองจะชอบลงแว๊กส์มากครับ เรียกว่า waxrism ก็ได้ครับ เพราะจะลงแว๊กส์เกือบทุกครั้งที่ล้างรถเลยครับ
ต่อไปก็สำรวจล้อกับยาง ครับว่า ล้อเรามีคราบผงเบรคมั้ยหรือมีคราบสกปรกฝังแน่น ยางก็เหมือนกันดูว่ามีสีเหลืองๆหรือว่ายางยังดำดูดีอยู่ เพื่อที่จะได้ทำความสะอาดให้ถูก เพราะสมัยนี้ล้อแม็กส์บางคัน ราคาวงนึงตก 20,000-40,000 บาท ซึ่ง คาร์แคร์ส่วนมากหรือเราๆท่านบางทีมัวแต่สนใจสีรถ เลยมองข้ามล้อกับยางไป แต่เด่วในบทหลังๆ เราค่อยมาว่ากันถึงการดูแลความสะอาดล้อกับยางกันในรายละเอียดอีกครั้งว่า ต้องทำยังไงกัน
สิ่งที่เราควรจะใส่ใจในรายละเอียดให้มากไม่แพ้สีรถ คือภายในรถครับ หรือ Interior Detailing เพราะตัวเราเองนั่งอยู่ในรถเกือบตลอดเวลาที่เราขับรถ เพราะฉะนั้นการดูแลให้ภายในสะอาดอยู่เสมอเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งบางคนใส่ใจกับภายในมากกว่าสีของรถซะอีก โดยเฉพาะผู้หญิงครับ ไม่เชื่อลองไปถามคุณเธอดูซิ กลิ่นภายในรถก็สำคัญครับ โดยเฉพาะรถที่มีเด็กๆ มักจะนำอาหารมาทานในรถหรือทำนมหก อื่นๆอีก หรือแม้แต่กลิ่นของบุหรี่ ซึ่งเราต้องมีวิธีจัดการกับกลิ่นเหล่านี้ มันมีสถิติในการดูแลภายในโดย Professional ดังนี้ครับ หากว่าเราดูดฝุ่นบ่อยๆโดยประมาณ 2 ครั้งในหนึ่งเดือน เราจะใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที แต่ถ้าเราไม่ค่อยได้ดูดฝุ่นเลย เราต้องใช้เวลาในการทำความสะอาดหรือดูดฝุ่นมากกว่า 30 นาทีเลยทีเดียว และอย่างอื่นพวกเบาะต่างๆ แผง dash board  คอนโซล พวก vinyl ต่างภายในรถเราก็จะไม่ค่อยได้ดูแลทำให้มันเก่าหรือหมดสภาพไปก่อนเวลาอัน สมควร แต่ถ้าเราดูแลภายในรถทุกครั้งที่เราล้างรถ ใช้น้ำยาเคลือบเบาะ แผงคอนโซลต่างๆ จะทำให้ภายในรถของเราดูใหม่อยู่เสมอและควรทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ แต่มีข้อควรจำอยู่อย่างครับ เบาะหนัง หรือพวกยางต่างๆภายในรถ เราไม่ควรใช้น้ำยาที่แรงหรือใช้เยอะเกินไปหรือทิ้งไว้นานๆเพราะพวกนี้มันจะ ทำให้ฝุ่นเกาะติดทำให้เลอะเทอะอีกต่างหาก เมื่อลงน้ำยาพวกนี้ควรทิ้งไว้แค่ 3-5 นาทีเท่านั้นพอครับ แล้วเช็ดออกเลย จำไว้ครับ ลงเคลือบไม่ต้องเยอะ แต่ทำบ่อยๆดีกว่าครับ โดยปรกติอย่างน้อยเราควรต้องทำความสะอาดภายในชุดใหญ่ หรือ full interior detailing ปีละครั้งหรือดีที่สุดคือ 6 เดือนครั้งจะทำให้ภายในรถเราดูใหม่อยู่เสมอได้ครับ แล้วเราค่อยมาดูวิธีการในการดูแลในบทหลังๆครับ
นี่เป็น Schedule ที่แนะนำสำหรับการดูแลรถให้อยู่ในสภาพที่ดีตลอดเวลา

นี่เป็น Schedule ที่แนะนำสำหรับการดูแลรถให้อยู่ในสภาพที่ดีตลอดเวลา

Detailing Task             
                                                                           1    2    3    4    5    6    7    8    9    10   11   12  13
Exterior Detailing             
Wash Body                                                       X    X    X    X    X    X    X    X    X     X     X     X      X
Wash Tires & Wheels                                    X    X    X    X    X    X    X    X    X     X     X     X      X
Detail Tires & Wheels                                    X                 X                 X                 X                     X
Clean/Polish Glass                                        X                 X                 X                 X                     X
Clean/Polish Vinyl Windows                         X          X          X           X           X            X             X
Detail Vinyl & Rubber Trim                            X                             X                                X  
Chrome & Polished                                        X                             X                                X  
Wax             
Canauba Paste/Paste Glaze                        X                                                       X   
Canauba Cream                                             X                             X       
Canauba Liquid/Spray                                   X         X           X           X          X              X             X
Polymer Sealant                                              X            
Polish/Prewax Cleaning                                X            
Interior Detailing             
Vacuum                                                            X    X     X     X    X    X    X    X    X    X     X      X      X
Shampoo Carpet                                           Annually          
Shampoo Floor Mats                                     X            
Clean Leather & Vinyl                                    X                                     X                                         X
Condition Leather & Vinyl                             X
Shampoo Fabric Upholstery                       Annually          
Spot Clean                                                      As needed         
Dust Vents & Electronics                              X                  X                  X                  X                   X
Engine Detailing             
Degrease/Wash                                             X            
Rubber Protectant                                          X            
Spray Wax/Engine Shine                              X            
Wipe Down/Dust                                                          X           X          X            X              X           X
Miscellaneous             
Treat Door & Trunk Seals                             X            
Detail Door & Trunk Jambs                          X            
Detail Wheel Wells                                        Annually          
Detail Underbody                                           Annually          

ต้องขอบคุณข้อมูลจากperfectshineที่ให้ข้อมูลดีๆอย่างนี้ด้วยคับ


  Back Top 

Posted on 1 December 2008 at 11:12
  • Send Message
  • Reply with Quote Message
  • Report Message

K i M K UM

Member #5

Joined: 17/11/08

Posts: 65

Posted on 1 December 2008 at 11:47
  • Send Message
  • Reply with Quote Message
  • Report Message