Kiruna แสงเหนือ โรงแรมน้ำแข็ง และชีวิตบริสุทธิ์

Travel

23 กรกฎาคม 2553

Kiruna แสงเหนือ โรงแรมน้ำแข็ง และชีวิตบริสุทธิ์

 

หากการหาสถานที่ท่องเที่ยวในฤดูหนาว (ที่ไม่ค่อยหนาว) ในปีนี้ของเมืองไทย มีโจทย์อยู่ว่า จะต้องเป็นสถานที่ที่หนาวจับใจ ให้ประสบการณ์ที่เล่าให้ใครฟังต้องอ้าปากค้าง มีภาพถ่ายชนิดไม่มีใครเหมือน และให้คุณได้สัมผัสกับธรรมชาติและวิถีชีวิตอีกแบบ ที่แตกต่างจากวิถีชีวิตเดิมๆ ของเราอย่างสิ้นเชิง เมือง Kiruna ซึ่งหลายคนแทบจะไม่เคยได้ยินชื่อนี้ คือคำตอบที่อาจเติมเต็มความต้องการข้างต้นได้พอดี

 

 

 

เมือง Kiruna (คีรูน่า) เป็นเมืองเล็กๆ อยู่ทางตอนเหนือของประเทศสวีเดน เมืองนี้อาจจะไม่มีวันพิเศษขึ้นมาเทียบเคียงกับเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ใน Scandinavia หากไม่มีหมู่บ้านเล็กๆ ที่ชื่อว่า Jukkasjarvi ที่บังเอิญมีแม่น้ำ Torne ซึ่งจะกลายเป็นน้ำแข็งตลอดสายในช่วงฤดูหนาว ที่ก็บังเอิญได้รับความสนใจจากศิลปินนักแกะสลักน้ำแข็ง ใช้เป็นสถานที่แสดงผลงานการแกะสลักน้ำแข็งในช่วงปลายทศวรรษที่ 80

 


ผู้จัดงานและผู้ชมที่ล้นจากห้องพักปกติของโรงแรม (ที่มีอยู่ไม่กี่ยูนิต) ได้อาศัย Igloo ทรงกระบอกขนาดใหญ่ที่เป็นส่วนจัดแสดงของงาน โดยใช้หนังกวางเรนเดียร์ปูนอน และนี่เองก็คือที่มาของโรงแรมน้ำแข็งแห่งแรกในโลก ที่เป็นของแท้และอยู่ใน Arctic Circle จริงๆ

 

จากนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ทุกเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมของทุกปี ศิลปิน วิศวกร ชาวพื้นเมือง และปฏิมากรจากทั่วโลกจะมาที่หมู่บ้านแห่งนี้ เพื่อช่วยกันสร้างโรงแรมน้ำแข็ง หรือที่รู้จักกันในชื่อ Jukkasjarvi Icehotel และได้เปิดรับแขกเข้าพักมาเป็นฤดูกาลที่ 20 แล้วในปีนี้ ขนาด James Bond เองก็เคยมาถ่ายทำกันถึงในโรงแรมแล้ว

 

ความวิจิตรพิศดารของโรงแรมน้ำแข็งนั้น ก็ยิ่งอลังการล้ำลึกขึ้นทุกปี โดยผู้ร่วมก่อสร้างจะใช้น้ำแข็งจากแม่น้ำ Torne มาสลักและเรียงต่อกัน โดยใช้ทั้งหลักทางวิศวกรรมสมัยใหม่ ผสมกับภูมิปัญญาดั้งเดิมแบบชาวเอสกิโม และไม่ลืมที่จะทำงานศิลปะตามแบบที่ตนเองถนัดลงไป ดังนั้นโรงแรมขนาดประมาณ 60 ห้องพัก จึงมีทั้งโถงกลาง ส่วนต้อนรับ บาร์ ห้องพักแบบต่างๆ ไปจนถึงโบสถ์ที่ตั้งอยู่ในบริเวณ แต่ละห้องมีลวดลายสลักน้ำแข็งที่แตกต่างกัน

 

โดยที่ถ้าแขกมาในช่วงปลายปี ก็จะทยอยเข้าพักในส่วนที่สร้างเสร็จ แถมยังได้ชมการก่อสร้างกันแบบสดๆ โดยทั้งหมดจะเสร็จก่อนปีใหม่ และห้องพักทั้งหมด รวมถึงเฟอร์นิเจอร์และงานแกะสลักจากน้ำแข็ง จะละลายประมาณช่วงเดือนเมษายน ก่อนที่จะสร้างขึ้นอีกตอนปลายปีนั้น

 

เวลาที่คุณจะเข้าพักในโรงแรมน้ำแข็งนั้น อาจจะมีวิธีปฏิบัติบางอย่างที่ต่างไปจากโรงแรมทั่วไปบ้าง ที่แน่ๆ เลยก็คือ เสื้อผ้าที่สวมนั้น จะต้องมี 2 - 3 ชั้นเป็นอย่างน้อย แต่ไม่ต้องกังวลมาก เพราะที่โรงแรมมีเสื้อกันหนาวอย่างหนา และบู้ทไว้บริการ นอกจากนั้นแล้ว ก็คงเป็นเรื่องของข้อห้ามบางประการที่อาจจะไปทำให้น้ำแข็งของเขาละลาย

 

เมือง Kiruna ไม่ได้มีเพียงธรรมชาติที่สวยงามของฤดูหนาวและโรงแรมน้ำแข็งเท่านั้นเป็นจุดดึงดูด รอบๆ พื้นที่ ยังมีสิ่งตื่นตาตื่นใจอื่นๆ ให้สัมผัสอีกมากมาย ล้ำเกินกว่าจินตนาการจะนึกได้ นอกจากมาสัมผัสจริงเท่านั้น

 

นอกจากระยะทางที่ไกลแบบคนละข้างโลกกันแล้ว ที่นี่ยังแตกต่างจากเมืองไทย หรือพูดได้เลยว่า ต่างจากดินแดนค่อนโลก ที่หลายคนอาจเคยไปเยือนมา

 

ด้วยภูมิอากาศที่หนาวยะเยือกในระดับต่ำกว่าจุดเยือกแข็งประมาณ 1 ใน 3 ของเวลาทั้งปี ทำให้วิถีชีวิตของชาวพื้นเมืองที่นี่ ไม่เหมือนกับคนทั่วไปอย่างแน่นอน

 

ชาว Sami รู้จักการดำรงชีวิตในภูมิอากาศและภูมิประเทศนี้มาแต่ครั้งโบราณ อาหารการกินล้วนเน้นเนื้อสัตว์ที่ให้ความอบอุ่น โดยเฉพาะเนื้อกวาง (Moose) เขาใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของกวาง ในแบบเดียวกับที่คนไทยใช้ประโยชน์จากต้นกล้วยทีเดียว

 

ใครที่ชื่นชอบกิจกรรมประเภท Extreme หน่อยๆ เมื่อเบื่อจากการชมงานศิลปะ และถ่ายภาพกับมุมสวยๆ ในโรงแรมแล้ว การได้มาลองใช้ชีวิตกับครอบครัวชาว Sami ก็ถือเป็นไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ คุณจะได้ลองเข้าไปอยู่ในบ้านแบบชนพื้นเมืองแท้ๆ ได้ลองคล้องกวาง(ที่เลี้ยงไว้ในฟาร์ม) รวมถึงได้นั่งเลื่อนสุนัขลาก แบบที่เคยฝันในตอนเด็กๆ

 

ถึงแม้ชีวิตที่นี่จะไม่ได้เหมือนในอดีต 100% แล้วก็ตาม แต่ก็ถือว่าทุกฝ่ายก็ช่วยกันรักษาวิถีชีวิตแบบเดิมๆ ได้เป็นอย่างดี อากาศและสิ่งแวดล้อมในบริเวณนี้ ยังถือว่าบริสุทธิ์มากๆ ไม่ต่างจากวิถีชีวิตที่แสนจะเรียบง่ายและบริสุทธิ์ของผู้คน

 

สิ่งที่สุดยอดที่หลายคนรอคอย เป็นไฮไลต์สำคัญยามค่ำคืนก็คือ Northern Light หรือว่าแสงเหนือ ซึ่ง Exclusive เฉพาะผู้ที่มาเที่ยวแถบขั้วโลกเท่านั้น จึงจะได้เห็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ (ที่เหนือธรรมชาติ) อันนี้ สาเหตุที่มีเฉพาะขั้วโลกก็เพราะ องค์ประกอบสำคัญของการเกิดแสงเหนือ คือสนามแม่เหล็ก (ที่มีมากในขั้วโลก) และภูมิอากาศที่ต้องเย็นจัด

 

ทางโรงแรมมีบริการ Snow Mobil พร้อมครูฝึก ที่จะสอนวิธีการขี่เจ้าเจ็ตสกีบกอันนี้ ไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้เป็นอย่างดี โดยมีป่าสนสวยล้อมรอบ ขบวนของนักท่องเที่ยวจะไปตั้งแค้มป์รอกันในกระท่อม ตรงบริเวณที่มองเห็นท้องฟ้าได้ชัด และถ้าคุณโชคดีพอ ก็จะได้เห็นแสงสีเขียวตัดกับฟ้าสีน้ำเงินคล้ำ วูบวาบไปมา บางครั้งบิดเป็นริ้ว บางครั้งนอนราบเรียบพริ้วไหว

 

เล่ายังไงก็ไม่เหมือนมาเห็นด้วยตาตัวเองค่ะ

สมาชิกที่กำลังออนไลน์ ( 0 )

ขณะนี้ยังไม่มีสมาชิกออนไลน์