Saint Petersburg ความงดงามไม่เคยลับขอบฟ้า

Travel

23 กรกฎาคม 2553


สำหรับคนชอบเที่ยวเมือง รักพิพิธภัณฑ์ ถ้าเดินมิลาน และปารีสจนทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว จุดหมายต่อไปที่อยากแนะนำคือ Saint Petersburg นี่คือเมืองที่อลังการและงดงามอย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานเป็นส่วนผสมสำคัญ ย้อนกลับไปในช่วงปี ค.ศ. 1617 ดินแดนแถบนี้มีชื่อว่าเนวา ถูกกองทัพของสวีเดนเข้ายึดครองเพราะกษัตริย์ของชาว Rus ในตอนนั้นอ่อนแอ ต่อมาในรัชสมัยของราชวงศ์โรมานอฟ ค.ศ. 1700 พระเจ้าปีเตอร์มหาราช ผู้ทรงพระปรีชาสามารถได้ทำ "สงครามเหนือ" และเอาชนะสวีเดน ทรงสร้างป้อมปราการแห่งแรกขึ้นที่ปากแม่น้ำเนวา พระราชทานนามว่า "ปีเตอร์บวร์ก"

 

ต่อมาพระองค์ทรงตัดสินใจย้ายเมืองหลวงจากมอสโคว์มาอยู่ที่นี่แทน แม้บรรดาขุนนางจะคัดค้านแต่พระองค์ก็ทรงล่อใจ ด้วยนโยบายการมอบที่ดินและสิทธิพิเศษต่างๆ  แรงงานกว่า 20,000 คน ถูกเกณฑ์มาเนรมิตเมืองใหม่ที่ยิ่งใหญ่อลังการ ซึ่งมีส่วนผสมของศิลปะแบบชาวดัตช์ ด้วยการทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำ และการทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดมาที่นี่ เมืองทั้งเมืองก็เป็นรูปเป็นร่างในเวลาไม่ถึง 10 ปี ถูกตั้งชื่อว่า "Saint Petersburg"

 

เมืองนี้มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ในฤดูหนาวบางปีอาจเย็นยะเยือกถึง -40 ํc ฤดูที่น่าไปเที่ยวมีอยู่ 2 ช่วงคือ ฤดูร้อน ระหว่างเดือนมิถุนายน - สิงหาคม เมืองจะสวยงามที่สุด ต้นไลแล็คกำลังผลิดอก และมีปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน (White Night) อีกฤดูคือ ฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม - พฤษภาคม อากาศเย็นสบาย ทั้งเมืองสดใสไปด้วยสีสันของดอกไม้

 


เพราะเมืองนี้เป็นเหมือนฐานที่มั่นของราชวงศ์โรมานอฟ ซึ่งเป็นราชวงศ์ที่รุ่งเรืองที่สุดของรัสเซีย ก่อนที่จะล่มสลายและประเทศเปลี่ยนเป็นระบบสังคมนิยม จึงไม่แปลกที่เมืองนี้จะเป็นเหมือนศูนย์กลางทางศิลปะและสถาปัตยกรรม มีสถานที่ที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิตมากมาย

 

St. Isaac’s Cathedral เป็นมหาวิหารที่สวยงามที่สุดของรัสเซีย มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 ออกแบบโดย Auguste de Montferrand โดยใช้เวลาก่อสร้างถึง 48 ปี ประกอบด้วยเสาหินแกรนิตน้ำหนักมากกว่า 100 ตัน
 

State Hermitage Museum เดิมเป็นพระราชวังฤดูหนาวที่ใหญ่โต "เฮอร์มิเทจ" นั้น มาจากชื่อเรียกทรัพย์สมบัติที่พระราชชินีแคทเทอรีนทรงสะสมไว้

 

 

ส่วนใหญ่เป็นงานศิลปะที่เลอค่าจากทั่วยุโรปกว่า 3,000 ชิ้นซึ่งพระนางเคยเขียนเล่าในจดหมายว่า มีเพียงพระนางและหนูในพระราชวังเท่านั้นที่ได้ชมภาพศิลปะเหล่านี้ ต่อมาพระเจ้านิโคลัสทรงเปิดให้ประชาชมเข้าชม จนหลังการปฏิวัติใหญ่ ที่นี่จึงตกเป็นของรัฐบาล มีการสร้างเพิ่มเติมและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์

 

 

 

Mariinsky Theatre เป็นโรงละครที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของเมือง ออกแบบโดย Albert Katarinovich Cavos ตั้งชื่อตามพระนามของพระมเหสีของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ผู้โปรดปรานบัลเล่ต์ ที่นี่เป็นสถานที่สร้างนักบัลเล่ต์ นักดนตรี และนักออกแบบชื่อดังของโลกมากมาย

 

 

 

St. Petersburg Toy Museum การที่สหภาพโซเวียตตกอยู่ในการปกครองแบบสังคมนิยมมานาน ทำให้ไม่ค่อยมีบริการทางสาธารณะสำหรับเด็กๆ จะวิ่งเล่นตามถนนก็อากาศหนาวเย็นเกินไป จึงเริ่มมีการสร้างสถานที่เที่ยวสำหรับเด็กขึ้น หนึ่งในนั้นก็คือพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ที่รวบรวมของเล่นจากยุโรปและรอบโลกในช่วง ศตวรรษที่ 16 - 20 กว่า 3,000 ชิ้น

Nevsky Prospekt ถ้ามาเมืองนี้แล้วไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ให้มาที่ถนน Nevsky แห่งนี้ก่อน เพราะถนนที่ตัดผ่านใจกลางเมืองสายนี้ รายล้อมไปด้วยพระราชวัง ร้านค้า และโรงแรมมากมาย เริ่มต้นที่ลานกว้างของพระราชวังฤดูหนาว ความสวยงามของถนนแห่งนี้เริ่มเป็นที่กล่าวถึงกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 มีส่วนผสมของศิลปะฝรั่งเศสและอิตาลี

 

 

โดยรวมแล้วเมืองนี้เหมือนเซี่ยงไฮ้ คือเป็นบานหน้าต่างที่แง้มอยู่ของประเทศที่ปิดตัว ศิลปะและความเจริญจึงหลั่งไหลมากระจุกกันอยู่ที่นี่ ความพิเศษคือความอลังการของสถาปัตยกรรมเก่าๆ ไม่เป็นรองใครเลยในยุโรป ชาวเมืองเป็นมิตรกว่าอีกหลายประเทศ และมีมุมงดงามให้ดูมากมาย

 

ความงามของ Saint Petersburg ไม่เคยลับขอบฟ้าจริงๆ

สมาชิกที่กำลังออนไลน์ ( 0 )

ขณะนี้ยังไม่มีสมาชิกออนไลน์