หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤตในสถานการณ์น้ำท่วมมาได้เกือบจะเป็นปกติแล้ว ตอนนี้ชาว Lexussociety คงเริ่มนำรถยนต์ที่นำไปจอดไว้ในที่ปลอดภัยขับออกมาใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้งหนึ่งนะครับ แต่สำหรับรถของคนที่ป้องกันไม่ทันจนต้องปล่อยให้น้ำท่วมไป หรือรถที่ลุยน้ำมาหนักแบบสาหัสสากรรจ์ ก็เรียกว่าต้องพาไปเช็กสภาพ ทำความสะอาด ทำสี ยกเครื่องครั้งใหญ่กันเลยทีเดียว วันนี้ Lexussociety.com จึงขอนำบทความแนะนำเกี่ยวกับการดูแลรักษารถยนต์ของคุณหลังช่วงเวลาน้ำท่วมมาฝากครับ
เช็กสภาพรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้นาน
สำหรับรถที่นำไปจอดไว้ในที่ปลอดภัยอย่างอาคารสูง หากไม่ได้นำออกมาใช้งานนาน เมื่อจะนำออกมาใช้อีกครั้งคุณควรต้องอุ่นเครื่องรถยนต์ไว้สักประมาณ
5-10 นาที พร้อมเร่งแอร์แรงทิ้งไว้ เมื่อรอบเครื่องปกติ จึงค่อยขับช้า ๆ ไม่เกิน 40 km/h. ไปประมาณ 2 กิโลเมตร ค่อยเพิ่มความเร็วตามปกติ แต่หากสตาร์ทแล้วรอบเครื่องยนต์สั่น เครื่องเดินไม่เรียบนั่นอาจหมายถึงค่าของการเผาไหม้ด้อยลง ให้คุณรีบนำรถไปเติมน้ำมันทันที แต่ในกรณีที่น้ำมันในถังมีมากกว่า 80% แนะนำให้ถ่ายทิ้งทั้งถังแล้วเติมใหม่ อย่าลืมตรวจวัดลมยางและเติมลมยางให้กลับสู่ค่าปกติ
เมื่อขับมาถึงบ้านค่อยเริ่มตรวจดูสภาพภายในห้องโดยสาร เครื่องยนต์ สายไฟ หรือท่อทางเดินของเหลวต่าง ๆ อีกครั้ง ว่ายังคงอยู่ในสภาพปกติหรือไม่นะครับ
ส่วนรถยนต์ที่คลุมเก็บไว้ในบ้าน แม้ว่าน้ำจะไม่เข้าไปทำความเสียหายต่อเครื่องยนต์ แต่การคลุมรถมิดชิดจนอากาศไม่สามารถถ่ายเทได้สะดวกนั้นก็ทำให้รถยนต์ของคุณกลายสภาพเป็นฟาร์มเพาะเชื้อราดี ๆ นี่เอง หากใครกลับเข้าบ้านไปพบว่ารถไม่ถูกน้องน้ำท่วมเอา ก็อาจจะต้องเผื่อใจให้เรื่องราแทน สำหรับการทำความสะอาดคราบราตามจุดต่าง ๆ ในห้องโดยสารสามารถลงมือทำด้วยตัวเองง่าย ๆ ในขั้นแรกก่อนดังนี้ครับ
- เปิดประตูหน้าต่างรถทุกบานออกกว้างที่สุดให้อากาศถ่ายเท สวมถุงมือและหน้ากากชุบน้ำเกลือหมาด ๆ กันสปอร์ของเชื้อราเข้าไปในระบบทางเดินหายใจ
- ใช้ผ้าแห้งเช็ดคราบราออกก่อน 1 รอบ จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำผสมแอลกอฮอล์ในสัดส่วนแอลกอฮอล์มากกว่าน้ำ โดยเช็ดทำความสะอาดให้ทั่ว
- ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดซ้ำอีกครั้ง ก่อนใช้ไดร์เป่าผมเป่าให้แห้งแล้วตามด้วยน้ำยาเคลือบหนัง
- นำรถออกมาจอดกลางแดดบ่อย ๆ เปิดประตูทุกบานให้อากาศถ่ายเท
- หากคราบยังไม่หาย ค่อยส่งร้านทำความสะอาดเบาะ หรือถ้าไม่สบายใจจะเปลี่ยนทั้งหมดก็ไม่ว่ากัน ทั้งนี้ก็เพื่อสุขอนามัยของผู้ใช้รถเองด้วยครับ

กู้รถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ในบ้าน
กรณีที่คุณเตรียมตัวนำรถหนีออกมาไม่ทันจริง ๆ เมื่อน้ำลด การจะกลับเข้าไปกู้รถออกมา คุณจำเป็นต้องเตรียมพร้อมและปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อความปลอดภัยครับ
- ควรประเมินสถานการณ์น้ำก่อนที่จะเข้าไปให้ดี ทั้งพื้นที่รอบข้าง เส้นทางเข้าออกที่ปลอดภัย ก่อนตัดสินใจว่าจะเข้าไปหรือรอดูสถานการณ์ต่ออีกหน่อยครับ
- เมื่อตัดสินใจที่จะเข้าไปแล้ว อย่าไปมือเปล่า พกเครื่องมือช่างติดตัวไปบ้าง เช่น น้ำมันหล่อลื่น ประแจ ไขควง ฯลฯ หากมีเพื่อนเป็นช่างก็ชวนกันไปด้วย เพื่อช่วยตรวจสอบชิ้นส่วนของรถยนต์
- ประเมินความเสียหายจากคราบน้ำที่ทิ้งเอาไว้ สามารถแบ่งความเสียหายออกตามระดับความสูงต่อไปนี้ คือ
- ระดับน้ำไม่พ้นขอบประตูด้านล่าง หรือ ไม่เกิน
3 ใน 4 ของประตูบน ระดับนี้เครื่องยนต์จะไม่ได้รับความเสียหายมาก แต่จะมีน้ำไหลเข้าไปในท่อบ้าง ระบบเบรกอาจติดขัดเนื่องจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน
- น้ำท่วมรถมิดหลังคา หรือน้ำสูงเกินครึ่งประตูรถ กรณีนี้คุณคงไม่สามารถทำอะไรได้มากนอกจาก
หารถยกมานำรถคุณออกจากพื้นที่และส่งเข้าอู่ทันที เพราะเครื่องยนต์อาจได้รับความเสียหาย
- ลงมือกู้รถ สำหรับกรณีที่คุณสามารถนำรถออกมาได้ด้วยตัวเอง ขั้นแรกเปิดประตูทั้ง 4 บานระบายอากาศ ตรวจสอบภายในว่ามีน้ำซึมเข้ามาบ้างหรือไม่
เช็กระบบปรับอากาศ รวมถึงตรวจดูว่าไม่มีหนู งู หรือสัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ เข้ามาอาศัยอยู่ในรถ
- เปิดฝากกระโปรงรถ เช็กห้องเครื่องโดยดูระดับน้ำหรือคราบสนิม เช็กว่าน้ำมันเครื่องมีลักษณะเป็นโคลนหรือไม่ ถ้าเป็นแสดงว่ามีน้ำเข้าเครื่องยนต์ ห้ามสตาร์ทเครื่อง
- หลังตรวจเช็กเครื่องยนต์เรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาสตาร์ทเครื่อง ฟังเสียงว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ถ้าไม่มีให้เดินเครื่องเบาทิ้งไว้และคอยตรวจสอบ ถ้าเครื่องดับให้สตาร์ทใหม่ พร้อมกับตรวจดูท่อไอเสียว่ามีน้ำไหลออกมาแค่ไหน
- หลังจากเดินเครื่องเบามาประมาณ 5 นาที ให้ลองเร่งเครื่องตามความเหมาะสม หรือประมาณ
2,000 - 3,000 รอบก็เพียงพอ
- เมื่อดูแล้วว่าเครื่องยนต์ปกติดี ให้ลองเลื่อนรถดูว่ามีความผิดปกติในด้านการขับขี่หรือไม่ ส่วนใหญ่อาจจะพบปัญหาเบรกติด ลองขยับดูก่อน 2-3 ครั้งอาจจะดีขึ้นครับ
เมื่อน้ำลดแล้วควรรีบนำรถไปตรวจสอบสมรรถนะ พาไปเข้าศูนย์พบช่าง เพราะรถที่จอดแช่น้ำทิ้งไว้นานอาจเสี่ยงต่อการเกิดสนิมและความเสียหายต่อชิ้นส่วนอื่น ๆ ตามมาครับ
การเคลมประกันภัยเมื่อน้ำท่วมรถจนต้องส่งศูนย์
ประกันภัยรถยนต์ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่บรรดาเจ้าของรถหวั่นวิตกว่า หลังน้ำลดลงแล้วจะสามารถส่งเคลมได้หรือไม่? หรือ การคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์นั้นครอบคลุมกรณีน้ำท่วมหรือเปล่า? ต้องเริ่มจากให้ข้อมูลเพื่อจะได้มีความเข้าใจตรงกันก่อนว่า รถยนต์ของคุณจะได้รับความคุ้มครองกรณีภัยพิบัติก็ต่อเมื่อได้ทำประกันภัยชั้น 1 หรือประเภท 1 ไว้เท่านั้น โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาค่าสินไหมทดแทน 2 กรณี พิจารณาตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง คือ

- การสูญเสียโดยสิ้นเชิง หรือ Total Loss เป็นกรณีที่บริษัทประกันพิจารณาแล้วว่ารถยนต์คันดังกล่าวไม่คุ้มที่จะส่งซ่อมให้กลับมามีสภาพเดิมได้
โดยมากจะประเมินมูลค่าความเสียหายไว้ที่ 70% ของมูลค่ารถคันนั้น สำหรับความเสียหายกรณีนี้ ได้แก่
รถที่จมทั้งคัน หรือ ท่วมเกินช่วงคอนโซลหน้า
- ความเสียหายบางส่วน หรือ Partial Loss ลักษณะความเสียหายบางส่วนนั้นถือเป็นความรับผิดชอบของประกันในการซ่อมรถที่ประสบภัยให้กลับมาใช้งานได้ตามเดิม บริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถทั้งหมด ไม่ว่าเรื่องเครื่องยนต์ การทำความสะอาดภายนอกภายใน
เหล่านี้สามารถเคลมได้ทั้งหมดครับ
ทั้งหมดนี้ก็ถือเป็นข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่าจะนำไปปฏิบัติเองได้ไม่ยากหากว่ารถของคุณเสียหายไม่มากนัก แต่สำหรับรถใครที่เสียหายหนัก Lexusociety.com ก็ขอเอาใจช่วยให้คุณได้รถยนต์คู่ใจคันเดิมกลับมาขับตามปกติในเวลาอันรวดเร็วนะครับ
References :
http://jakkrith.com/by-peemavit
http://auto.sanook.com/3120/5-ขั้นกู้รถหลังน้ำท่วม..-อะไรบ้างที่ควรทำ
http://www.thailandexhibition.com/forum/index.php/topic,1479.msg2154.html#msg2154
Pic : ภาพ 1-6 เรียงจากบนลงล่าง
http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=57127
http://www.weekendhobby.com/offroad/kia/question.asp?page=13&id=14530
http://www.jglaze.com
http://spypccp.wordpress.com/
http://www.fortuner-club.com/index.php?topic=32026.0
http://surattsc.multiply.com/photos/album/458/458#







